พาไปรู้จักแคว้นเบรอตาญ ที่นี่มีดีไม่น้อยไปกว่าปารีส

เพื่อนๆรู้มั้ยว่านอกจากปารีสแล้ว เมืองในเเคว้นอื่นๆของฝรั่งเศสก็สวยงามมากๆนะเตรง แอดมีโอกาสไปเที่ยวในแคว้นเบรอตาญมาค่า (Bretagne หรืออีกชื่อในภาษาอักฤษเรียกว่า Brittany) ทริปนี้อัดเเน่นไปด้วยสถานที่ขึ้นชื่อทางประวัติศาสตร์มากมาย แบบว่าคนฝรั่งเศสที่นี่หลายคนยังบอกว่า ‘อิจฉาอ่ะ.. ขนาดฉันอยู่ที่นี่มาตั้งนานยังไม่เคยไป!’ 555 …. ก็เลยจะมาแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจจากทริปนี้ให้ฟังกัน เผื่อใครกำลังมองหาสถานที่ใหม่ๆเที่ยวในฝรั่งเศสจะได้ลองทำความรู้จักดูค่ะ ในกระทู้นี้แอดจะเล่ากว้างๆถึงภาพรวมของแคว้น Bretagne ก่อน ส่วนสถานที่ต่างๆจะมาต่อกันในกระทู้ถัดไป เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลยฮะ

ทริปนี้มีเพื่อนชาวฝรั่งเศสให้การต้อนรับและขับรถพาเที่ยว เลยมีโอกาสได้ไปเมืองอื่นที่อยู่ในแคว้น Basse – Normandie และ Pays de la Roie ที่อยู่ใกล้ๆมาด้วยค่ะ และนอกเหนือจากความสวยงามของประเทศ แอดยังได้สัมผัสและเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนฝรั่งเศสจริงๆอีกด้วย


ภาพจาก: http://www.french-culture-adventures.com/france-regions.html

แคว้นเบรอตาญนี้ มีเมืองหลวงชื่อ Rennes อยู่ห่างจากปารีสไปประมาณ 2 ชั่วโมงหากเดินทางด้วย TGV แบบ Direct Train แคว้นเบรอตาญตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ยื่นออกไปในทะเล Le Manche ที่เป็นช่องแคบอังกฤษของคาบสมุทรแอตแลนติก (ในรูปแผนที่เบรอตาญสีส้มอยู่สุดทางซ้ายมือด้านบน)

พาเที่ยวแคว้นเบรอตาญ (2).jpg

ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เป็นแหลม มีชายฝั่งยื่นออกไปในทะเล ภูมิอากาศและชายหาดก็จะแตกต่างจากแคว้นอื่นๆ เพราะเบรอตาญอยู่ภายใต้อิทธิพลของทะเล ลม และพายุอยู่เสมอ ตัวชายฝั่งทะเลเองมีวิวทิวทัศน์ที่สวยเหมือนฝัน และมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งการประมง การท่องเที่ยว ดูนก เดินป่า ปีนเขา การพักผ่อนหย่อนใจ การล่องเรือ เป็นต้น แต่ๆๆๆๆๆๆ ยิ่งไปกว่านั้นอีก เรื่องเด่นๆของแคว้นนี้คือ มีความงามจากชายหาดและภูมิทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หรือที่คนฝรั่งเศสเรียกว่า Les Grandes Marées สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดภูมิประเทศที่แปลกตาและยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออันดับ 2 ของฝรั่งเศสอีกด้วย

cof

เพราะเวลาที่น้ำทะเลขึ้น ดูเหมือนน้ำจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างให้หายไป แต่พอน้ำลดภาพที่เราเห็นจะมีแต่หาดทรายกว้างใหญ่ ที่กระจัดกระจายเต็มไปด้วยก้อนหิน มันทั้งดูสงบ สวยงามและโรแมนติกมากๆเลยล่ะ แอร๋ยยยยย

cof

ว่ากันด้วยเรื่องของวัฒนธรรม

วัฒนธรรมของที่นี่ถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (อีกละ ╮(─▽─)╭ ) ว่ากันว่าแทบจะทุกตารางนิ้วในเบรอตาญนั้นมีตำนานและเรื่องเล่าเยอะมวากกกก เพราะที่นี่คราคร่ำไปด้วยปราสาทเก่าที่เคร่งขรึมและสง่างามหลายแห่ง คนเบรอตงหรือชนชาวเบรอตาญมีภาษา อาหารและวิถีชีวิตของตัวเอง มิหนำซ้ำนะลักษณะนิสัยของคนที่นี่มีความอนุรักษ์นิยมสูง สูงจริงอะไรจริง! มีความภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเองมากกกก (บางเมืองจะมีการจัดงานที่แบบว่าคนที่มาร่วมงานจะแต่งตัวกันย้อนยุคไป 200-300 ปีเพื่อมาเข้าร่วมงาน จริงจังแค่ไหนถามใจเทอร์ดูว) เค้ามีความเชื่อและค่อนข้างที่จะเคร่งในจารีตประเพณีและการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา

พาเที่ยวแคว้นเบรอตาญ (4).jpg

ในส่วนของวัฒนธรรมนี้ แอดแนะนำว่าถ้ามีโอกาส

1. ลองร่วมงานเฟสติวัลของชุมชน งานที่เป็นประเภทเฉลิมฉลองยุค Medieval เช่น งาน Fête Médiévale les Riches Heures de Fougères เพราะงานประเภทนี้เราจะได้เพลิดเพลินไปกับการจำลองวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศสในยุคนั้นในสถานที่จริงที่ล้อมรอบด้วยปราสาทเก่าแก่ คือเจอของเทียมจริงในพื้นที่จริง ผู้ที่เข้าร่วมงานมักจะแต่งตัวในยุคนั้นมาเที่ยวกัน เสื้อผ้านี่บางคนกระทั่งตัดเย็บกันเองภูิมใจหน้าบานกันไปเวลามีคนเดินไปชม เค้าขนกันมาแบบอยู่ค้างตั้งแคมปิ้ง เปิดร้านขายของ และจำลองการดำเนินชีวิตในรูปแบบที่แต่ละคนอยากจะเป็น เช่น อัศวิน นักรบ โสเภณี แม่มด นักดนตรี ช่างตีเหล็ก ช่างปั้น ช่างไม้ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า นักแสดงตลก ช่างทำเครื่องประดับ ช่างทำชุดเกราะ ช่างทำรองเท้า และอีกสารพัดช่าง  ถ้านึกภาพของงงานไม่ออกลองดูวิดีโอตัวอย่างงานได้ที่นี่

2. เข้าร่วมงานฉลองร้องเพลงเต้นรำในหมู่บ้านเล็กๆต่างๆ ที่อยู่ในแคว้นนี้จะพบว่า มีงานแสดงดนตรีที่เราสามารถเข้าร่วมได้มากมาย ไม่มีค่าใช้จ่าย การท่องเที่ยวแบบนี้ทำให้เราได้รู้ได้เห็นวิถีชีวิต ร่วมพูดคุยกับคนท้องถิ่น แถมยังสามารถเข้าร่วมวงเต้นรำได้ด้วยน้า ซึ่งก็ไม่ยาก เพราะเป็นดนตรีแคว้นนี้เป็นดนตรีที่มีจังหวะ ไม่เร็วจนเกินไป ออกจะเต้นตามได้ง่ายๆ การเต้นรำที่เรามักจะเห็นในแถบนี้จะเป็นการเต้นล้อมวงจับมือกันย่ำเท้า หรือการเต้นเข้าคู่ล้อมวงย่ำเท้าวนกันไป ซึ่งการเต้นย่ำเท้านี้ก็แฝงไว้ด้วยกุศโลบายของชุมชนอย่างมากมาย เช่น ในอดีตเวลาที่มีการสร้างบ้านใหม่จะมีการชุมนุมร้องเล่นเต้นรำ เพื่อช่วยกันย่ำพื้นให้เกิดความแน่น ไม่เป็นโคลน ทำให้บ้านแข็งแรงมากขึ้น การเต้นนั้นมีดนตรีประกอบ ให้ความสนุกสนาน พอคนทุกคนทำได้ก็เกิดความสนุกสนานร่วมกัน ไม่พอนะ ท่าทางในการจับมือคล้องแขนเปลี่ยนคู่เปลี่ยนวงก็ทำให้คนในชุมชนเกิดความคุ้นเคยสนิทสนมกันได้อย่างง่ายดาย เป็นต้น นอกจากในงานนั้นเรายังมีโอกาสได้ลองลิ้มเครื่องดื่มท้องถิ่นและอาหารท้องถิ่นในราคาประหยัดกว่าร้านอาหารทั่วไปอีกด้วย การเข้าร่วมแบบนี้บอกเลยว่าให้บรรยากาศการท่องเที่ยวแบบพื้นเมืองในอีกรูปแบบนึง

This slideshow requires JavaScript.


นี่ๆๆ แอดไปมาแล้ววว ที่งาน Fest Noz ที่เมือง Plorec-sur-Arguenon งานน่าร้ากน่ารัก มีแต่คนแก่ แทบไม่มีหนุ่มสาวมาร่วมเต้น คุณลุงคุณป้า คุณย่าคุณยาย ยิ้มแย้มและต้อนรับคนนอกอย่างเราได้อบอุ่นมากๆ ทำให้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับพวกเขาด้วย แต่ดูเขาจะสนใจเอเชียอย่างเรามาก ประมาณว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นนักท่องเที่ยวเอเชียมาร่วมเต้นในงานแบบนี้เลย ก็โดนถามกันยกใหญ่ เธอมาจากไหน แอดไม่ได้เก็บบรรยากาศงานในรูปแบบวีดิโอมา แต่พอจะหางานที่ใกล้เคียงได้จากยูทูป ชื่องาน Gallésie en Fête สามารถลองดูวิดีโอตัวอย่างงานได้จากที่นี่


ส่วนอาหารการกินนั้น
แอดจะแนะนำด้วยรูปภาพก็แล้วกัน
ที่นี่จะมีเมนูท้องถิ่นที่เรารู้จักกันดีนั่นคือ เครป (Crêpes) และ กาแล็ต (Galette) ซึ่งมีลักษณะหน้าตาคล้ายๆกัน ต่างกันตรงที่กาแล็ตเป็นรูปแบบนึงของเครปทำจากเมล็ดข้าว buckwheat (ในเอเชียจะมีจีน ญี่ปุ่น อินเดียที่มีข้าวชนิดนี้ ที่เราคุ้นเคยและน่าจะเคยกินกันคือเส้นโซบะนั่นเอง) กาแล็ตเป็นคำที่ใช้เรียกมาตั้งแต่ ยุค Neolithic หรือ New Stone Age (นานไปป้ะ! Σ(゜゜) หรือใช้เรียกแผ่นเค้กแบนๆที่เป็นวงกลมบางๆ มักจะใส่มันฝรั่ง ชีส แฮม ไส้กรอก และอื่นๆลงไป ทานเป็นอาหารคาว ส่วนเครปคนที่นี่มักทานเป็นของหวาน แอดได้ลองกาแล็ตแล้ว เนื้อแป้งจะออกชุ่มๆ สัมผัสแผ่นจะคล้ายตาข่าย เนื้อแป้งเป็นแบบมีฟองอากาศหน่อยๆ แต่เนื้อนุ่มดี

This slideshow requires JavaScript.


จานนี้เป็นกาแล็ตที่ใส่ชีสภูเขาและมันฝรั่ง ทานคู่กับแฮมรมควันและสลัด สวรรค์สรรสร้างจริงๆ ปลื้มสุดอะ และดื่มคู่กับ Cidre

This slideshow requires JavaScript.


ส่วนจานนี้เป็นกาแล็ตใส่ไข่ ชีสและเปเปอโรนี่ มีสลัดน้อยมาให้ด้วย อร้อยยยยอร่อยยเฟร่อๆ

แคว้นเบรอตาญติดทะเล แล้วอาหารทะเลล่ะ?
อาหารทะเล
ต่างๆ ร้านอาหารโดยส่วนใหญ่ที่มักจะขายกัน ก็เป็นจำพวกหอยแมลงภู่ผัดซอสครีมกับเฟรนช์ฟรายส์ หรือเมนูปลาต่างๆนะที่แบบมาแล้วต้องกิน

edf
หอยแมลงภู่ผัดซอสครีมและไวน์

นี่เป็นเมนูท้องถิ่นที่ต้องลอง ถ้าสังเกตุ หอยเเมลงภู่ที่นี่จะตัวเล็กๆ แต่เนื้อแน่นฝาและสดสุดๆ เนื้อบางนุ่มกว่าบ้านเรามาก ไปทานที่ร้านอาหารราคาไม่เบาเลย ไม่อร่อยเท่าไหร่ด้วย แต่พอทำทานกันเองกับเพื่อนๆ อร่อยมากกกกกก เนื้อหอยหวาน เข้ากับซอสดีมากๆเชียวล่ะ ทานเคียงกับเฟรนช์ฟรายเพลินๆ

รู้หมือไร่
เฟรนช์ฟรายส์ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศสนะฮะ เพื่อนบอกว่า “ฮามากกกข่ะ ทุกคนถามตัลหลอดๆๆๆๆ ว่ามันมาจากคนฝรั่งเศสรึป่าว ม่ายยยย…. มันกำเนิดจากเบลเยี่ยมเฟร่ยย” แอดเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา พบว่า เมื่อก่อนคนเบลเยี่ยมชอบทานปลาทอดมาก ทุกเมนูจะต้องมีปลาทอดวางบนโต๊ะทุกมื้อมาด้วยตลอด จนหน้าหนาวในปีนึงที่หนาวมาก มากจนไม่สามารถจับปลามาทำกินได้เพราะน้ำเป็นน้ำแข็งไปหมด ก็เลยเกิดการประยุกต์ด้วยการเอามันฝรั่งมาฝาน ทอดแล้วเอาขึ้นโต๊ะเคียงมื้อแทนเมนูปลาทอด (ฝรั่งเรียกการฝานตัดเป็นเเท่งยาวว่า to french) ก็มีการเรียกเมนูนี้ตามชื่อยาวๆว่า Frenched and fries potatoes แต่เรียกไปเรียกมาเลยย่อเหลือแค่ French fries ตำนานชื่อเฟรนช์ฟรายส์ก็เป็นเช่นนี้แล 5555 ฉะน้้นรู้อย่างนี้แล้วจะเรียกเบลเยี่ยนฟรายส์ก็ได้นะฮะ

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.belgianfries.com

นอกจากนั้นแอดก็ได้ลองทานเมนูปลาด้วย

cof
ปลาเทราต์อบเนยและมันฝรั่ง 

จานนี้หอมอร่อยมากมาย เนื้อปลาเทราต์สดแบบแท้ทรู หนังกรุบกรอบ รสชาติค่อนไปทางจืด บีบเลม่อนลงบนเนื้อปลาให้ทั่ว เพิ่มเกลือ+พริกไทยซักหน่อยอร่อยม้ากกกกก

ส่วนเครื่องดื่มก็จะเป็น Cidre หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ ที่ให้รสชาติสดชื่นซาบซ่าน และมีแอลกอฮอล์อยู่ด้วยถึง 5% อิอิ  อร๊อยยยยยอร่อย แอดชอบ ที่น่าสนใจคือ แก้วที่ใช้ดื่มกับ Cidre จะมีลักษณะคล้ายๆแก้วกาแฟแต่ใหญ่และหนากว่า เรียกว่า โบเล่ ‘bolée’ นอกจากนั้นยังใช้เป็นภาชนะของนมเปรี้ยวเกือบบูด หรือที่เรียกว่า Lait ribot ซึ่งเป็นอีกเครื่องดื่มที่พบในเเคว้นนี้อีกแล้วครับท่านผู้ชม ของดีเค้าเยอะจริมๆ

cof
Cidre ที่เสริฟในแก้ว bolée

cidre ในรูปนี้พิเศษกว่า Cidre ทั่วไปคือเป็นแบบ Rose ซึ่งให้รสชาติหวานและดื่มง่ายกว่า Cidre ทั่วไปที่ซ่าและเปรี้ยวเล็กน้อย

ถัดมานี่คือ Lait Ribot ที่กล่าวอ้างไปข้างต้นฮะ

พาเที่ยวเเคว้นเบรอตาญ (พ)
หน้าตา Lait Ribot

แอดเป็นคนนึงที่ชอบทานโยเกิร์ตมาก เลยมีโอกาสได้ลอง Lait Ribot หลายยี่ห้อมาก กระนั้นเอง แอดก็ยังไม่ได้รู้สึกชอบอยู่ดี 5555 อนึ่ง….รสชาติที่เปรี้ยวนำ เข้มข้นแบบหนักๆ จะเรียกนมโยเกิร์ตก็ไม่ใช่เพราะเนื้อสัมผัสนั้นเหลวจริงแต่ความเข้มข้นมันมากกว่านมโยเกิร์ตอยู่นะ ส่วนตัวแอดไม่ค่อยชอบเปรี้ยว อันนี้ถือว่าเปรี้ยวเลย ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลด้วย กินได้ไม่เอาสาระ บอกได้จะบอกว่า ไม่เติมค่ะ ขอบคุณค่ะ 5555

นอกจาก Cidre และ Lait Ribot แล้ว แอดขอแนะนำเครื่องดื่มรสโคคาโคล่าที่เป็นผลิตภัณฑ์ของแคว้นนี้โดยเฉพาะ นั่นครือออออ Breizh Cola นั่นเองว่ากันว่าเป็นเครื่องดื่มที่ผลิตและมีขายในเเคว้นเบรอตาญเท่านั้น จำได้มั้ยแอดเคยบอกว่าคนที่นี่รักวัฒนธรรมตัวเองมาก และแน่นอนว่าการมีโคคาโคล่าเป็นของตัวเอง เค้าจะภูมิใจขนาดไหน แล้วจะไม่อุดหนุนได้ยังไง กลายเป็นว่า Breizh Cola ขายดิบขายดี จนเป็นคู่แข่งที่เป๊ปซี่และโค้กต้องกุมขมับกันเลยทีเดียว แอดลองชิมมาแล้วรสชาติออกหวานแบบเชอรี่นิดๆ และซ่าพอๆกับเจ้าอื่นๆ

edf
มีทั้งแบบกระป๋องและแบบขวดให้เลือกซื้อ ที่เห็นนี่คือแบบน้ำตาล 0%

เราลองมาดูของหวานกันบ้าง

อย่างที่เคยบอกคือมาถึงที่นี่แล้ว เเนะนำให้ทานเครปเป็นของหวาน ซึ่งเนื้อเครปของที่นี่ไม่ได้มีเนื้อสัมผัสเหมือนเครปป้าเฉื่อยหรือเครปใดๆที่พี่น้องชาวไทยเราขายกันเด้อ เนื้อเครปที่นี่จะนุ่มเหนียวเคี้ยวเพลินมากมาย อร๊างงงงงง ว่าแล้วก็นึกถึงตอนที่กำลังเคี้ยวมันชุมฉ่ำไปหมดเลย หอมแป้งกับเนยเบาๆ ส่วนตัวแอดชอบสั่งแบบง่ายๆคือใส่กล้วย ราดคาราเมล ทานกับไอติมวนิลา และขอท็อปด้วยวีปครีม  O(≧▽≦)O

cof

และยังมีขนม Kouing-Amman ที่เป็นขนมแบนๆทรงกลม เหมือนเป็นพายเนยกรอบนอกเหนียวนุ่มหวานมันอยู่ด้านใน ฮืมมม พูดแล้วก็อยากกิน  ヽ(*≧ω≦)ノ  ส่วนที่แอดชอบที่สุดคือขอบที่กรอบๆเหนียวๆแน่นๆ โอ๊ยยยยน้ำลายไหล ส่วนแคลอรี่นั้น…. กินทีกว่าจะเบิร์นได้หมดสงสัยคงต้องวิ่งจาก Rennes ไป Paris งือออ

cof
ขนม Kouing-Amman

เหล่านี้ถือเป็นของขึ้นชื่อจากแคว้นเบรอตาญทั้งสิ้น มาแล้วไม่ได้กิน ถือว่ามาไม่ถึงนะฮะ!

แคว้นนี้คนไทยเที่ยวเยอะมั้ย? เท่าที่ไปมาสองอาทิตย์กว่าๆ เจอคนไทย 1 กลุ่มในเมือง Rennes เท่านั้น เหมือนเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตัวเองเป็นครอบครัว โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าน้อยมาก เพื่อนชาวฝรั่งเศสบอกว่าไม่เคยเห็นคนไทยมาเที่ยวเลยนะ ตั้งแต่อยู่มา ที่นี่เที่ยวด้วยรถไฟและรถบัสไม่ยากค่ะ แต่ถ้าขับรถเที่ยวเองบอกเลยว่ามึน! มึนมาก เพราะที่นี่ไม่ใช้ไฟแดง จึงมักจะเห็นว่าใช้วงเวียนกันส่วนมาก เวลาจะออกจากวงเวียนบางทีจะมีถึงห้าหกแยกให้เลือกออก ซึ่งวงเวียนบางอันเล็กมาก ถ้าเลยแยกที่จะออกก็วนมาใหม่

รู้หมือไร่
แต่ในความมึนของการขับนั้นมีสาระอยู่ดังนี้ ผังเมืองต่างๆในฝรั่งเศสถูกสร้างมาอย่างสวยงามและอำนวยต่อการใช้งานอย่างมากทั้งพร้อมรับการขยายตัว การคมนาคม การสร้างเมือง การโซนนิ่งพื้นที่ ซึ่งเห็นชัดสำหรับคนไทยเลยคือเรื่องการจราจร 5555 เราเองก็รับเอาอิทธิพลนี้มาเต็มๆตั้งแต่อดีด เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่วนที่ฝรั่งเศสนี่มีการตัดถนนทางตรงแบบชัดเจน เลยก่อให้เกิดความเป็นระเบียบใช่ป่าว นอกจากนั้นการระบายรถที่มีจำนวนมากๆ ก็ใช้วงเวียนในการกระจายรถออกไปตามเส้นทาง ช่วยให้การจราจรมีความคล่องตัว โฟลวมากจนเห็นได้ชัด ถนนทั้งเส้นหลักและเส้นรองถูกวางมาเป็นอย่างดี ซึ่งกลมเปี่ยมไปด้วยความวิงเวียน ไม่ใช่ ! ความเป็นวงเวียนแบบนี้มาตั้งแต่ตัวเมืองชั้นในทุกๆเมืองเลย โดยเฉพาะเมืองใหญ่ เช่น ปารีส หรือเมืองหลวงในแคว้นต่างๆ

พาเที่ยวเเคว้นเบรอตาญ (ห)

พาเที่ยวเเคว้นเบรอตาญ (ึ)
สังเกตุดีๆ มันจะเป็นวงกลมๆหน่อย

ถ้าเราลองดูในกูเกิ้ลแล้วจะพบว่า เห้ยยย…. เมืองมีลักษณะเป็นวงกลมและมีถนนแยกเป็นแฉกๆเป็นเส้นตรงออกมาเหมือนรัศมีพระอาทิตย์แฮะ ที่ไหนๆก็จะมีวงเวียนให้หัวหมุนเล่น ไม่ค่อยมีสี่แยกนะ ส่วนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ก็วิ่งเพียงด้านละสามเลน ถือได้ว่าถนนเส้นเล็กมากกกก พอออกนอกเมืองได้บางทีสัญญาณก็ขาดๆหายๆ ขนาดเพื่อนที่ว่ามีเซ้นส์ในเรื่องทิศและถนนดีมากยังพากันหลงเลย  o(´^`)o

เล่ามาซะยาว สนุกมั้ยล่ะแคว้นนี้ เดี๋ยวในคราวหน้าแอดจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในแถบนี้กันอีกที สำหรับกระทู้นี้เริ่มยาวเกินไปละ ไปก่อนนะฮ้าาาา

#ขอให้มีความสุขกับการเดินทางค่ะ

@pampam

——————————————————————–
หากต้องทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตั๋วรถไฟยูเรล คลิกที่นี่
หรือสามารถพูดคุยกับ STA Travel Expert เรื่องตั๋วรถไฟยูเรลและตั๋วรถไฟนานาชาติ
ได้ผ่านทางอีเมล คลิกที่นี่

——————————————————————–
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟนานาชาติเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ได้ที่
STA Travel Bangkok สาขาจามจุรีสแควร์: (+66) 02 160 5200
STA Travel Chiang Mai สาขาเชียงใหม่: (+66) 052 081 140 ถึง 2 หรือ 092 261 6597

%e0%b8%9b%e0%b9%81

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.