Mont Saint-Michel จ๋า…น้องมาแล้ว พร้อมมินิรีวิวการใช้ ITIC CARD บัตรอาจารย์นานาชาติเพื่อลดค่าเข้าชม

กระทู้เกี่ยวกับฝรั่งเศสมาเรื่อยๆเลยฮะ ใช่ๆ เพราะเพิ่งไปมาและยังรู้สึกอินกับความสวยงามอยู่มากๆ (❁´◡`❁)*✲゚   วันนี้เราจะพาไปเที่ยว Mont Saint-Michel ที่ขึ้นชื่อว่ามีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากที่สุดในฝรั่งเศสรองจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซายกันเลยทีเดียว แถมมาที่นี่แอดมีโอกาสใช้บัตร ITIC CARD หรือบัตรอาจารย์นานาชาติรับส่วนลดค่าเข้าด้วยล่ะ ❤️

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (5)
Mont Saint-Michel

Mont Saint-Michel วิหารกลางน้ำของฝรั่งเศสนี้ตั้งอยู่ในแคว้น Normandie เป็นตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมไว้ด้วยความงามจากธรรรมชาติและความงามจากศรัทธาบวกกับฝีมือการสร้างสรรค์ของมนุษย์อย่างแท้จริง แบบว่า… อยู่ถูกที่และมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย ถึงกับว่าสามารถเรียกนักท่องเที่ยวได้มากถึงปีละ 3.2 ล้านคน ทำไมถึงได้มีคนเข้าชมเยอะเเยะมากมายขนาดนั้น ทีเด็ดของวิหารแห่งนี้มีหลายอย่างมาก

  • สถานที่ตั้งของวิหารกลางน้ำแห่งนี้เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา เพราะน้ำที่ว่านั้นคือน้ำทะเล และมีเวลาน้ำขึ้นและน้ำลง เมื่อน้ำขึ้นจะไม่สามารถเข้าไปสักการะได้ เพราะระดับน้ำทะเลที่นี่สูงมาก Mont Saint-Michel ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 ฟุต หรือสูงประมาณ 122 เมตร น้ำทะเลจะสูงและคลื่นจะแรงน่ากลัวแค่ไหน และในอดีตหากคิดว่าจะเดินทางไปที่นั่นแล้วไม่วางแผนเรื่องเวลาดีๆ อาจมีโอกาสเอาชีวิตไม่รอดนะฮะ เพราะเคยมีผู้จาริกแสวงบุญจมน้ำและถูกทรายดูดจมหายไปหลายคนทีเดียว
  • วิหารแห่งนี้ได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1979 และขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของยุโรปตะวันออกด้วยนาจา
  • วิคตอร์ อูโก้ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสในยุคคลาสสิคได้ยกย่องความงามและความอลังการของ Mont Saint-Michel ว่าเปรียบได้กับพีระมิดในอียิปต์ และได้รณรงค์ผู้คนให้ร่วมกันฝ่าฟันการถูกเข้ายึดและทำลายจากสงครามในยุค ให้ประชาชนตื่นตัวในเรื่องของการเก็บอนุรักษ์ศาสนสถานและปราสาทที่เป็นเหมือนคลังวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อให้อยู่เป็นสมบัติและมรดกของชาติสืบไป
  • วิหารมีอายุอานามพันกว่าปี และเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมไปตามยุคสมัย เราจะได้เห็นความงามจากหลายยุคที่ถูกซ้อนทับมาเรื่อยๆ พันกว่าปีก็ที่นี่
  • วิหารแห่งนี้เคยต้อนรับผู้แสวงบุญและกองทหารจำนวนมากกว่าพันคน!
  • เป็นสถานที่ที่ทำให้เกิดเเรงบันดาลใจในการหยิบมาเป็นฉากในการ์ตูนเรื่องแทงเกิลด์ หรือ ราพันเซล ของดิสนีย์นั่นเอง

ประวัติความเป็นมาของ Mont Saint-Michel
กว่าจะมาเป็นแบบในปัจจุบันได้นั้น เรียกได้ว่าวิหารแห่งนี้มาไกลมากๆ ทั้งจุดเริ่มของการสร้าง ความยากลำบากในการก่อสร้าง กว่าเวลาจะหมุนเปลี่ยนผ่านจนมาถึงวันนี้ แรกเริ่มเดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นแค่เกาะที่คนมาอาศัยชื่อ Mont Tombe จะไปถึงที่นั่นทีต้องนั่งเรือไป

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (20).jpg
ภาพแรกแห่งการก่อสร้างจวบจนคริสต์ศตวรรษที่ 10

เกาะนี้มีมาตั้งแต่สมัยชนเผ่าแฟรงค์ แต่ตัวโบสถ์ผู้ก่อสร้างเเรกเริ่มเลยคือ บิชอป Aubert of Avranches ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ฝันว่ามีเทวฑูตชื่อ Saint-Michel มาเข้าฝันบอกให้สร้างโบสถ์บนเกาะปากแม่น้ำ แต่องค์บิชอปไม่เชื่อ ท่านมาบอกถึงสามครั้งก็ยังไม่เชื่อ จนครั้งที่สามเทวฑูตเลยเอานิ้วจิ้มไปที่หน้าผาก พอบิชอปตื่นขึ้นมาพบว่ามีรอยบุ๋มอยู่จริงๆ ก็รู้สึกตกใจและเริ่มต้นสร้างโบสถ์นั้นแต่โดยดีตั้งแต่ปี คศ. 709

รู้มั้ยว่าวัสดุที่ใช้ในการสร้างนั้นเป็นหินแกรนิต ไม่พอจ้ะ เจ้าหินเหล่านี้เดินทางมาไกลเชียว เพราะถูกขนลำเลียงมาจากเกาะ Chausey นอกชายฝั่งไปกว่าสิบกิโลในแคว้นเบรอตาญที่อยู่ใกล้ๆกัน

ลองนึกภาพนะ ผู้คนต้องฝ่าฟันแค่ไหน ถ้าเราลองพิจารณาจากวิทยาการเมื่อพันกว่าปีที่แล้วเอย การลำเลียงเอย การก่อสร้างบนยอดเอย เวลาขนทีต้องขนเยอะเเค่ไหน แถมจะต้องฝ่าน้ำขึ้นน้ำลงไปก่อสร้างต่ออีก สำหรับสมัยโน้น ข้อดีของความยากลำบากนี้เองก็เลยเป็นสตอรี่ที่โดนใจ หลายคนได้ยินข่าวก็ทำให้เกิดศรัทธาแรงกล้าออกเดินทางมาเคารพสักการะกันถึงที่เลยทีเดียว

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (12)
การก่อสร้างซ้อนทับมาเรื่อยๆจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ก่อนการสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าเยี่ยมชม

อันที่จริง Mont Saint-Michel เป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบเต็มๆแค่เดือนละหนึ่งอาทิตย์เท่านั้นเอง เพราะจะต้องอาศัยรอน้ำขึ้น ให้ค่อยๆเอ่อท่วมขึ้นจนล้อมเกาะได้หมด แล้วพอน้ำลดก็จะเห็นโขดหินและพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทราย ฟังดูเหมือนจะสวยงามตามท้องเรื่องใช่มั้ยล่ะ แต่ทรายที่ว่านั้นก็น่ากลัวไม่เบา เพราะมีบางส่วนที่เป็นทรายดูด ฉะนั้นเวลาจะเดินข้าม จำต้องมีคนนำทางที่เชี่ยวชาญ ไม่พอถ้าหากอากาศเลวร้ายอาจมีหมอกที่โรยตัวได้อย่างรวดเร็วลงมากั้นขวางบังตา หลอกให้ออกนอกเส้นทางได้อีก โถๆๆๆ

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (2)

Mont Saint-Michel

เอ้อ…..ลืมเล่าเรื่องเวลาน้ำขึ้น พอพี่จะขึ้นทีเนี่ยก็มาเรื่อยๆเลย แล้วพื้นที่มันกว้างมากใช่มั้ยทีนี้ทางน้ำก็สามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลาอีกด้วย เมื่อทิศทางเปลี่ยน กระเเสน้ำก็เปลี่ยนไปด้วย คนไม่เจนทางไม่รู้จักธรรมชาติของน้ำก็เลยมักจะประสบพบพานความโชคร้ายนี้อยู่เป็นประจำ คือหายสาบสูญไป….เจออีกทีก็ตอนน้ำลด หรืออาจไม่เจออีกเลย (/。\)

ลองชมภาพความงามจากวิดีโอนี้ได้เลยตอนน้ำขึ้นและลงสวยงามมหัศจรรย์มากๆ ถือเป็นลักษณะเด่นและเป็นเสน่ห์ของวิหารแห่งนี้ไปโดยปริยาย

ในอดีตรูปแบบดั้งเดิมของ Mont Saint-Michel เป็นแบบโรมาเนสค์ หลังจากนั้นก็ค่อยถูกต่อเติมสร้างทับซ้อนมาเรื่อยๆ คิดดูสิ ซ้อนแล้วซ้อนอีก จนเดินทางมาถึงยุคโกธิคที่เฟื่องฟูในเรื่องของสถาปัตยกรรม

Mont Saint-Michel 3

สถาปัตยกรรมแบบโกธิคนี่เป็นยังไงเหรอ?
สถาปัตยกรรมแบบโกธิครุ่งเรืองมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-16 ถูกพัฒนาขึ้นจากสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสค์ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างการรับน้ำหนักของตัวอาคาร รูปทรงโดยส่วนใหญ่จะเป็นแบบแคบ แหลม สูง มีการเจาะผนังเพื่อการตกแต่ง เพราะมีการสร้างหลังคาโค้งเพื่อส่งน้ำหนักไปที่เสาที่สูงชะลูด แล้วตัวอาคารเองจะมีส่วนค้ำยันผนังเป็นครีบอยู่ด้านนอกเพื่อช่วยรับน้ำหนัก แทนที่จะใช้ผนังรับน้ำหนักเหมือนสถาปัตยกรรมแบบเดิมๆ เราก็เลยจะเคยพอเห็นบางแห่งมีการเจาะผนังเป็นทรงกลมมาบ้าง หรือเจาะแบบเล่นลวดลาย ยิ่งไปกว่านั้นสามารถใส่กระจกสีทำเป็นเรื่องราวต่างๆ แถมยังช่วยประดับประดาสถานที่ให้สวยงามยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

ทีนี้จากรูปทรงที่ดูมั่นคงแข็งแรง สูงชะลูด และดูโอ่อ่ายิ่งใหญ่ก็สามารถช่วยแสดงพลังแรงกล้าออกมาได้มาก ไม่พอลักษณะของรูปทรงยังทำให้เกิดความสะเทือนทางอารมณ์อีกด้วย คือมีความอ่อนช้อยจากความโค้งของทรงหลังคา กรอบกระจกทำให้รูปทรงไม่ส่งพลังจนเกินเลย เลยมักนิยมใช้ในการสร้างอาสนวิหาร แอบบี (ตัววิหารของ Mont Saint-Michel ก็เรียก แอบบี้) และคริสต์ศาสนสถานอื่น ๆ ของยุโรป ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีต้นกำเนิดเกิดขึ้นในฝรั่งเศส นี่คือเหตุผลที่ทำให้วิหารดูน่าเกรงขาม น่าเลื่อมใสและเปี่ยมไปด้วยศรัทธามากมายอย่างหาที่สุดไม่ได้นั่นเอง เฮ้อออออ….. ขอพักดื่มน้ำแพร้บบบ

Mont Saint-michel (12).jpg
ลองพิจารณาดูจากรูปทรงวิหารและแอบบีที่อยู่ด้านในของ Mont Saint-Michel สิ แคบ แหลม สูงทั้งนั้น

ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11-16 มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเพิ่มเติมภายในเกาะ และมีประชาชนย้ายเข้ามาอยู่มากขึ้น มีการตั้งหมู่บ้านขึ้นมาที่เชิงเขา ที่นี่มีสภาพภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยต่อการป้องกันตัวเอง ทำให้เกาะแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่มั่นทางทหารด้วย นอกเหนือจากศาสนสถาน และยังสามารถต้านทานการบุกของอังกฤษ ในช่วงสงครามร้อยปี (ค.ศ. 1337-1453) ขณะเดียวกันคณะสงฆ์ของวิหารแห่งนี้ก็เพิ่มความมั่งคั่งและมีอิทธิพลมากขึ้น แต่ก็ตกต่ำลงเมือถึงยุคการปฏิรูปศาสนา (Reformation)

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (21)
La Merveille


รู้หมือไร่ว่า 

ใน Mont Saint-Michel มีอาคารที่สร้างในแบบศิลปะโกธิคที่โดดเด่นอยู่หลังหนึ่ง นั่นคือ อาคาร La Merveille หากจะแปลเอาฮา เราเรียกได้ว่า ยอด-เยี่ยม  *(*´∀`*) แต่ปกติแล้วน่าจะแปลว่า ยอดมหัศจรรย์

ภายในอาคารแห่งนี้มีลักษณะสูงแหลมแต่ฟังก์ชั่นมีไว้เพื่อการใช้งานที่หลากหลายมาก เพราะมีระบบการชักรอกลำเลียง ตัวอาคารภายในสามารถรองรับน้ำฝน มีระบบการกักเก็บน้ำและการดึงน้ำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งกิน ทั้งอาบ และชำระล้าง ซึ่งเอื้ออำนวยต่อห้องอื่นๆในอาคารนั้น ประกอบด้วยหมู่กุฏิโรงทาน กุฏิโรงรับรอง และเป็นที่เลี้ยงอาหาร ซึ่งนอกเหนือจากการใช้งานแล้ว ในส่วนของพื้นที่ภายในก็ขึ้นชื่อในเรื่องของความงามด้วย มีระเบียงซึ่งตกแต่งไว้อย่างงดงาม ยิ่งขับให้ความงามของศิลปะโกธิคเด่นชัดขึ้นเสียอีก

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (14)

การพัฒนาพื้นที่
ก็คนสมัยก่อนเวลาจะไปสักการะหรือเยี่ยมชมกันทีนี่ต้องนั่งเรือไปตอนน้ำขึ้น หรือรอน้ำลงแล้วก็เดินตามๆกันไปใช่มั้ย พอมาถึงยุคสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 ก็มีการสร้างถนนเพิ่มเชื่อมต่อให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น นานเข้าๆปรากฏว่าถนนนั้นทำลายทางน้ำและธรรมชาติของพื้นที่โดยสิ้นเชิง เมื่อทางน้ำเปลี่ยนกระเเสน้ำก็พัดพาให้เกิดเชิงตะกอนทับถม จนทำให้น้ำไม่สามารถเข้ามาถึงตัววิหารได้อีก แห้งแล้งไปนานสักพักเลยทีเดียว

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (6)
สะพานที่ทำเพื่อทั้งคนเดิน รถชัตเติ้ลบัส และรถม้า

ต่อมาในปี 2006 ประธานาธิบดีและทางการก็จึงตัดสินใจลงทุนกว่าหกพันล้านบาท มาสร้างเขื่อนเพื่อควบคุมกระแสน้ำทำให้สลายการทับถมจน Mont Saint-Michel กลับมาเป็นเกาะอีกครั้ง แล้วก็รื้อทางเชื่อมและสร้างสะพานโปร่งแทนที่เพื่อให้ทางน้ำกลับมาและปล่อยให้น้ำไหลลอดผ่านได้ ซึ่งสะพานใหม่นี้เพิ่งเปิดใช้งานเมื่อสักสามปีที่แล้วหรือในปี 2014 นี่เอง ส่วนลานจอดรถตรงทางเชื่อมก็ถูกรื้อและย้ายขึ้นไปบนฝั่ง โดยมีรถชัตเติลบัสและรถม้ารับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างที่จอดรถ (ไม่เสียค่าใช้จ่ายนะฮะ ชอบแบบไหนก็ลองเลย) พาข้ามสะพานไปยังเกาะแทน ตอนแอดไปแอดเดินเท้าเข้าไปด้วยจิตใจที่สงบ 55555 #บร้าเหรอเตรง ….. จิ้งใจ่ (ยิ่งใหญ่) ขนาดนี้ ความตื่นเต้นทำให้แอดแทบเป็นม้าดีดกะโหลกเลย เพราะเอาเข้าจริงแล้ว เวลาที่เราไปถึงที่นั่นมันตื่นเต้นมากกกเลย นีกถึงความรู้สึกตอนเด็กๆที่ไปดิสนีย์แลนด์ครั้งแรกยังไงยังงั้น อั้ยยะ…..

Mont Saint-Michel 2
สะพานที่สร้างเป็นทางยาวระยะกว่า 2-3 กิโลเมตร

เล่ามายาวมากแล้ว เราจะเดินทางไปที่นั่นได้ยังไง แอดขับรถไปกับเพื่อนจากเมือง Rennes ค่ะ แต่จะแนะนำแบบเริ่มต้นเดินทางจาก Paris แทนละกันเนอะ

นั่งรถไฟ TVG

  • นั่งรถไฟด่วน TGV ที่สถานี Paris Montparnasse/Gare Montparnasse ลงที่สถานี Rennes เมือง Rennes ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า (อันนี้แบบ Direct Train ไม่ต้องไปเปลี่ยนรถไฟนะ) ราคาก็จะแล้วเเต่รอบเวลาและขบวน แนะนำว่าให้จองล่วงหน้า จะได้ไม่เงิบหน้าเคาน์เตอร์ อิอิ
  • จากนั้นเดินไปสถานีรถบัสที่อยู่ใกล้ๆ นั่งรสบัสต่อมาที่ Mont Saint-Michel เลย ระยะทางประมาณ 60 กม.หรืออีกแบบ

นั่งรถไฟท้องถิ่น

  • หรือจาก Paris นั่งรถไฟท้องถิ่นมาที่เมือง Pontorson ราคาจะประหยัดลง
  • จากนั้นต่อรถบัสมาที่ Mont Saint-Michel ระยะทางประมาณ 9 กม. ราคา 12.70 ยูโร

เช่ารถขับมาเอง

  • ขับรถจากปารีส ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูใบไม้ผลิ เดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน อากาศอบอุ่น  แอดมาช่วงมิถุนายนทุกสิ่งสวยงาม แต่ออกจะร้อนเลยล่ะ แดดแรงมาก…. #ฟ้าเพลีย (´□` ”)\

เวลาเปิด-ปิด

  • ช่วงฤดูร้อน (พ.ค.-ส.ค.) เปิดเวลา 9:00 – 18:00 น.
  • ช่วงฤดูหนาว (ก.ย.-เม.ย.) เปิดเวลา 9:30 – 17:00 น.

ค่าเข้าชม: อัตราค่าเข้าชมอยู่ที่ 10 ยูโร แต่ๆ หากคุณเป็นนักเรียน เยาวชน หรือแม้แต่อาจารย์ คุณก็ได้รับส่วนลดค่าเข้าชมนะค้า แอดมีบัตร ITIC CARD หรือบัตรอาจารย์นานาชาติอยู่

การใช้ ITIC CARD หรือบัตรอาจารย์นานาชาติ

” หากคุณเป็นอาจารย์ คุณครู ติวเตอร์หรือแม้แต่คุณครูสอนพิเศษ คุณสามารถนำหลักฐานหรือใบรับรองการทำงานที่สามารถยืนยันได้ต่อสถานะอาจารย์ก็สามารถที่จะสมัครบัตรนี้ได้ทันที “

ก่อนมาก็สมัครบัตรนี้กับ STA Travel ค่าสมัครบัตรเพียง 400 บาทเท่านั้น แต่สามารถใช้สิทธิ์จากบัตรนี้ได้จากร้านค้าและองค์กรกว่า 150,000 แห่งทั่วโลก กว่า 130 ประเทศเลยน้า และที่นี่ก็สามารถใช้ได้เช่นกันค่ะ ข้อมูลเพิ่มเติมของบัตร และ Benefit ที่เราจะได้จากบัตร ตรวจสอบได้ที่นี่ โดยการใส่เมืองและชนิดบัตรที่เราถืออยู่ค่ะ

itic card

วิธีการใช้บัตรก็ง่ายมาก เพียงเเค่ยื่นบัตรแสดงแก่เจ้าหน้าที่ตอนจ่ายเงินค่าเข้าชม

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (19)

แอดได้ส่วนลด 2 ยูโรจากราคา 10 ยูโร จ่ายเพียงแค่ 8 ยูโรเท่านั้น บ้านเราประหยัดไป 2 ยูโร ก็ได้กินข้าวพร้อมน้ำผลไม้แล้ว 1 มื้อเนาะ

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (15)

มามา….เรามาเข้าไปด้านในพร้อมกันนะฮะ

Mont Saint-michel (2)
edf

เมื่อเข้ามาด้านใน ใครๆก็ต้องผ่านซุ้มประตูนี้ ด้านบนของประตูจะเห็นว่ามีการใช้รั้วแหลมปิดลงมาได้จากด้านบน แถมมองขึ้นไปเราก็จะเห็นนั่งร้านที่เป็นพื้นไม้ มีไว้เพื่อต้านศัตรูที่เข้าประชิดตัวเมือง ด้วยการลงประตูแหลมปิดลงมาทับและทหารสามารถที่จะสังหารผู้ที่เล็ดลอดเข้ามาได้โดยการเทน้ำมันร้อนจากด้านบน หรือคอยซุ่มดักยิงจากด้านบนลงมา ซึ่งก็เป็นวิธีการชะลอเวลาในการเข้าถึงตัวเมือง ซึ่งวิธีการเหล่านี้มีแทบทุกปราสาทในฝรั่งเศส

เกริ่นก่อนว่า เมื่อก่อนกว่าจะมาเป็นวิหาร ก็มีการสร้างต่อเติมมาเรื่อยๆ จนผู้คนเริ่มอพยพเข้ามาตั้งรกรากภายในบริเวณเชิงเขาที่ใกล้กับวิหาร จากนั้นก็มีคนเข้ามาจาริกแสวงบุญก็เกิดเป็นที่พักอ้างแรม ร้านรวง ฉะนั้นพอมาในปัจจุบัน เมื่อวิหารกลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของฝรั่งเศส ก็เกิดร้านอาหารที่มีวิวสวยงาม โรงแรมที่พักที่จะทำให้คุณเข้าถึง Mont Saint-Michel ได้อีกรูปแบบหนึ่ง ร้านค้าขายของที่ระลึกทั้งหมดทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับวิหารแห่งนี้

Mont Saint-michel (7)
ร้านอาหาร La Mère Poulard พอเข้ามาปุ๊บจะเจออยู่ด้านซ้ายมือทันที


ภัตตาคารที่โด่งดังที่สุดใน Mont Saint-Michel

ภัตตาคาร La Mère Poulard หรือบ้านเราคงเรียกว่า ครัวคุณแม่ปูลารด์ เป็นที่รู้จักกันดีมากสำหรับคนฝรั่งเศสและนักท่องเที่ยว เมนูที่ดังที่สุดคือ Omelette ที่ทำจากไข่ขาวแบบ Souffle คือเอาไข่ขาวมาตีจนเป็นโฟม+ไข่แดง+ปรุงรสหรือเพิ่มเติมด้วยเครื่องต่างๆ แล้วนำมาทอดบนกระทะสุกนอกนุ่มใน จะฟูหน่อยๆ ซึ่งสนนราคานั้น 10 กว่ายูโร ให้ตายเถอะย้อรชชช ไม่ไหวจะจ่าย เจ้านี้ดังมากเพราะมีแทบทุกที่ในฝรั่งเศส และไม่ต้องพูดถึงเกาะศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ มีขึ้นยุบยับแทบทุกมุมยกเว้นภายในตัววิหารฮะ 5555 ไม่ว่าจะเป็นร้านขายน้ำ ร้านอาหาร ร้านขายเครป ร้านขายของที่ระลึก หรือแม้แต่โรงแรมก็มีของขุ่นแม่อีกด้วย

ว่ากันว่าวิหารแห่งนี้เป็นสถานที่แจ้งเกิดของขุ่นเเม่เลยข่ะ เพื่อนชาวฝรั่งเศสเม้ามาว่า ในสมัยก่อนขุ่นแม่นี่แหละ ที่เป็นผู้แสดงฝีมือในการปรุงอาหารให้นักแสวงบุญกว่าพันชีวิตมาแล้ว ด้วยสติปัญญาบวกกับความสามารถที่ใช้ในการบริหารวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือ และทรัพยากรแรงงานที่สามารถช่วยเหลืองาน ลองคิดดูสิว่าพันกว่าปีที่แล้วการดูแลคนตั้งแยะขนาดนั้น จะต้องใช้กำลังภายในและการรับมือกับกระบวนการที่วุ่นวายมากแค่ไหน

แต่แอดฟังแล้วก็เกิดความสงสัยหลายอย่างนะ ไม่รู้ว่าในการทำสักมื้อนึงเนี่ยใช้ระยะเวลาและขั้นตอนในการเตรียมวัตถุดิบยังไง เมนูที่ทำเลี้ยงเป็น Omelette หรือไม่ ฮาาาา… ไม่รู้ว่าขุ่นแม่ได้หลับได้นอนบ้างรึปล่าว เพราะดูท่าทางที่นี่จะมีผู้คนหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเข้ามาสักการะอยู่เสมอ นี่เลยเป็นสตอรี่ที่คุณแม่สร้างชื่อเสียงขึ้นมา อนึ่ง…. นี่เป็นเพียงเรื่องเล่า หากผิดพลาดประการใดก็อย่าได้ว่าแอดเลยนะคะ #หันไปมองแมวที่อยู่ใกล้ #แมวก็บอกว่า…ม่ายยยย..ไม่ได้พิมเฟ่ย

edf
เมนูพร้อมราคาที่น่าใจหาย

เอ้าทีนี้ล่ะ…..จากนี้จะส่งเข้าไปเที่ยวชมด้านในกันแล้ว ตัดมาที่ภาพที่เยี่ยมชมมาส่วนหนึ่งเลยแล้วกันเป็นภาพสไลด์ให้ดูกันรัวๆ สวยงามจริงๆทั้งภายในและภายนอก

This slideshow requires JavaScript.


งดงามมากใช่มั้ยล่ะคะ แนะนำว่าถ้ามีเวลามากๆ นอกเหนือที่เราจะไปเที่ยวหอไอเฟล และพระราชวังแวร์ซายแล้ว ที่นี่ควรใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันเลยทีเดียว เพราะกว่าจะออกเดินทางมาถึงสถานที่ เดินทางข้ามสะพานมายังวิหาร และการเข้าคิวซื้อตั๋ว เเค่นั้นก็กินเวลาไปมากแล้ว ที่นี่ควรใช้เวลาในการเข้าชมอย่างต่ำ 2-3 ชั่วโมงกว่าจะเดินจนครบหมดทุกด้านค่ะ และหากใครที่ตั้งใจจะมาพักค้างคืนที่นี่ แนะนำว่าให้เดินออกมาดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นด้วยนะ แอดไม่มีโอกาสค่ะ เพราะต้องขับรถไปต่ออีกเมืองนึง ก็เลยไม่มีภาพยามเย็นมาฝาก

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเตรียมตัวมาเที่ยวที่นี่

1. ควรศึกษาและวางแผนการเดินทางมาอย่างดีค่ะ เพราะเวลาหมดไปเร็วมากเมื่อเรามาเที่ยว 5555 ออกเดินทางกี่โมง มาถึงตัววิหารกี่โมง ใช้เวลาเยี่ยมทั้งหมดกี่โมง ไม่งั้นคุณจะเสียดายและเสียดาย

2. อาหารการกิน อันนี้ก็ต้องวางแผนด้วยนะฮะ ถ้าคุณคิดว่าจะมาฝากท้องไว้กับร้านอาหารที่นี่ บอกเนิ่นๆให้ลองพิจารณาดูนะคะ ร้านอาหารมีให้เลือกค่อนข้างเยอะค่ะ แต่จากประสบการณ์ของเพื่อนๆชาวฝรั่งบอกว่าราคาค่าอาหารค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับเมนูและวัตถุดิบที่ได้มาในจาน อาทิ เมนูปลากับเฟรนช์ฟรายส์อาจแพงหูฉี่และรสชาติไม่ถูกปาก ราคาที่ว่าสูง ถ้าเริ่มต้นที่ 15 ยูโรคุณอาจได้เพียงแค่เครปง่ายๆใส่ชีสและไข่ ถ้าราคาไม่ใช่ปัญหาของคุณแล้วล่ะก็เยี่ยมไปเลยค่ะ งั้นก็ลุยทานได้เล้ยยยย แต่ๆๆๆอีกหนึ่งอุปสรรคคือการเลือกร้าน กว่าจะเลือกร้านอาหารได้ก็ใช้เวลา หากอยากทานร้านที่ถูกแนะนำมากที่สุดหรือรองลงมาต้องแลกกับการต่อคิวที่ยาวนาน

3. หากคุณคิดว่าปัญหามื้อกลางวันจะเอายังไง แนะนำให้เตรียมอาหารแล้วมาปิคนิคบริเวณใต้ต้นไม้ค่ะ ห่อขนมปังจากร้าน ซื้อเนย ชีส และแฮมเพิ่มอีกสักนิดหน่อย ราคาอาจจะจบที่ 8 ยูโรสำหรับสองคนซะด้วยซ้ำ

4. ควรพกน้ำดื่มขวดใหญ่มาด้วยนะคะ ที่นี่กว้างใหญ่มาก ร้านค้าขายน้ำขวดเล็กๆเริ่มต้นที่ขวดละ 3 ยูโร หรือหากต้องการเตรียมขวดเปล่ามา เท่าที่แอดไปมาจุดเติมน้ำมีน้อยมาก ต้องคอยสังเกตุดีๆค่ะ เท่าที่เห็นคือก่อนเข้าซุ้มประตูจะมีก๊อกน้ำที่คนไปต่อแถวกันเยอะๆอยู่ด้านหน้าทางเข้า นอกนั้นไม่ค่อยเห็นค่ะ

5. แนะนำว่าตอนเดินทางจากที่จอดรถเข้าไปลองทำอะไรไทยๆดูนะ เช่น แอดชอบอธิษฐาน 5555 ตั้งจิตอธิษฐานอย่างง่ายๆว่า หากเดินด้วยเท้าเข้าไปจนถึงยอดพระวิหารขอให้อากาศวันพรุ่งนี้ดีด้วยเถอะ (เพราะเท่าที่ดูอากาศพรุ่งนี้อึมครึม อธิษฐานเหมือนตอนเดินเท้าจากตีนดอยขึ้นไปถึงพระธาตุดอยสุเทพอะไรอย่างนี้) อาจจะไร้สาระไปนิดนะ แต่แอดมองว่าเป็นสิ่งง่ายๆที่เราจะเข้าใกล้ความศักด์สิทธิ์ได้ในแบบคนไทยนี่เอง ฮิ้ววว (^^ゞ) ส่วนขากลับค่อยนั่งรถชัตเติ้ลหรือรถม้าออกไป

6. เที่ยวให้สนุกนะคะ เก็บบรรยากาศที่มองเห็นได้ด้วยตา ฟังได้ด้วยหู และรับกลิ่นได้ด้วยจมูก เพราะรูปภาพเราไม่รู้จะเอาออกมาดูอีกเมื่อไหร่ แต่ฟามประทับใจและฟามทรงจำนั้นคุณจะไม่มีวันลืมเลือน 😆 อะแฮร่

สำหรับกระทู้นี้แอดขอลาไปด้วยภาพการบูรณะภายนอกของวิหาร

MONT SAINT- MICHEL ITIC CARD (1)

#ขอให้มีความสุขกับการเดินทางค่ะ

@pampam

——————————————————————–
หากต้องทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตั๋วรถไฟยูเรลและตั๋วรถไฟ TGV  คลิกที่นี่
หรือสามารถพูดคุยกับ STA Travel Expert เรื่องตั๋วรถไฟนานาชาติ
ได้ผ่านทางอีเมล คลิกที่นี่

——————————————————————–
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟนานาชาติเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ได้ที่
STA Travel Bangkok สาขาจามจุรีสแควร์: (+66) 02 160 5200
STA Travel Chiang Mai สาขาเชียงใหม่: (+66) 052 081 140 ถึง 2 หรือ 092 261 6597

%e0%b8%9b%e0%b9%81

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.